ปัจจุบันซองยาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับบรรจุและจัดเก็บยา เพื่อรักษาคุณภาพของยาและให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้ใช้ยา มีหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นซองยาแบบใส ซองยาแบบสีชาที่นิยมใช้กันในปัจจุบันทั้งคลินิก โรงพยาบาล วันนี้เรามาทำความรู้จักซองยาทั้ง 2 แบบ กันดีกว่า
ซองยาสีชา หรือ ซองยาสีน้ำตาล เป็นซองบรรจุยาที่มีสีน้ำตาลอำพัน (Amber) หรือสีชาเข้ม
ซองยาแบบสีใส
ซองยาสีใสเป็นซองบรรจุยาที่โปร่งแสง มองเห็นยาข้างในได้ชัดเจน โดยทั่วไปแล้วจะมีคุณสมบัติดังนี้
ลักษณะของซองยาสีใส
- วัสดุ: พลาสติก PE (Polyethylene)
- ความโปร่งใส: โปร่งแสงสูง มองทะลุเห็นยาข้างในได้ชัดเจน
- พื้นผิว: เรียบใส หรือขุ่นเล็กน้อย (Frosted)
- ความหนา: เนื้อพลาสติกมีความหนา 120 ไมครอน หรือ 0.12 mm
- ลักษณะพิเศษ: บางรุ่นมีช่องสีขาวสำหรับเขียนชื่อยา
- การพิมพ์: สามารถพิมพ์โลโก้ชื่อร้านยาหรือข้อความได้ โดยปกติแล้ลในส่วนของหน้าซองยาจะต้องระบุข้อมูลให้ชัดเจนตามมาตรฐาน GPP อ่านเพิ่มเติมได้บทความ ซองยามาตรฐานควรมีลักษณะอย่างไร
ข้อดีของซองยาสีใส
- มองเห็นยาชัดเจน – เช็คยา จำนวนเม็ด สภาพยาได้ทันที
- คัดแยกง่าย – หยิบยาที่ต้องการได้รวดเร็ว
- ราคาประหยัด – ถูกกว่าซองชา 15-25%
- น้ำหนักเบา – พกพาสะดวก ไม่เปลืองที่
- หาซื้อง่าย – มีขายทั่วไป หลากหลายขนาด
ซองยาแบบสีชา
ลักษณะซองยาสีชา
- วัสดุ: พลาสติก PE (Polyethylene) หรือฟอยล์ที่ผสมสีชา
- โทนสี: น้ำตาลอำพัน น้ำตาลเข้ม สีชา (Amber/Brown)
- ความทึบแสง: ทึบแสงสูง กรองแสง UV ได้ดี
- พื้นผิว: เรียบ หรือมันเงา ไม่สามารถมองทะลุเห็นยาข้างในได้
- ความหนา: เนื้อพลาสติกมีความหนา 120 ไมครอน หรือ 0.12 mm
ข้อดีของซองยาสีชา
- ป้องกันแสง UV – สีชาช่วยกรองแสงแดดและแสงสว่างที่ทำลายฤทธิ์ยา
- ยืดอายุการเก็บยา – รักษาคุณภาพยาได้นานขึ้น 20-30%
- เหมาะกับยาไวแสง – ยาบางประเภทที่ไวต่อแสงใช้ซองยาสีชารักษาคุณภาพของยาได้
- ภาพลักษณ์มืออาชีพ – สร้างความน่าเชื่อถือ ดูมีมาตรฐาน
- ป้องกันความเป็นส่วนตัว – ไม่มีใครเห็นยาข้างใน
